ประวัติคนรวย

ประวัติ ท็อป จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา จากเด็กหลังห้องสู่เจ้าพ่อคริปโต Bitkub

 

เจาะประวัติ "ท็อป จิรายุส" แม่ทัพ Bitkub มหาเศรษฐีรุ่นใหม่ผู้ขับเคลื่อนโลกสินทรัพย์ดิจิทัลไทย

ถ้าพูดถึงไอคอนของคนรุ่นใหม่และมหาเศรษฐีอายุน้อยในเมืองไทยที่ทรงอิทธิพลที่สุดในขณะนี้ ชื่อของ "ท็อป-จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา" ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (Bitkub) คือชื่อที่ถูกค้นหาบน Google เป็นอันดับต้นๆ

จากอดีตเด็กหลังห้องที่เกือบเรียนไม่จบ สู่ผู้สร้างแอปพลิเคชันซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีอันดับ 1 ของประเทศ และในปี 2026 นี้ สปอตไลท์ยิ่งจับจ้องมาที่เขามากขึ้น เมื่อ Bitkub กำลังเดินหน้ายื่นไฟลิ่งเตรียมตัวเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (IPO) ซึ่งเป็นบิ๊กดีลที่นักลงทุนทั่วประเทศเฝ้ารอคอย

อะไรคือเบื้องหลังความสำเร็จ ความล้มเหลว และแนวคิดที่ทำให้ชายคนนี้กลายเป็นไอคอนของคนยุคใหม่? มาเจาะลึกไปพร้อมกันครับ

1. จากเด็กหลังห้อง สู่บัณฑิตเกียรตินิยม Oxford

คุณจิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา เกิดเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2533 ในวัยเด็กเขาเคยให้สัมภาษณ์ว่าตัวเองไม่ใช่เด็กเรียนเก่ง เป็นเด็กหลังห้องที่ชอบเล่นเกมและสร้างปัญหาระดับหนึ่ง จนกระทั่งจุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อครอบครัวส่งเขาไปเรียนต่อที่ประเทศนิวซีแลนด์และอังกฤษ

สภาพแวดล้อมใหม่ทำให้เขาเริ่มฮึดสู้และค้นพบว่าตัวเองชอบในศาสตร์วิชาเศรษฐศาสตร์ เขาพิสูจน์ตัวเองด้วยการคว้าปริญญาตรีเกียรตินิยมอันดับหนึ่งจากมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ และเรียนต่อปริญญาโทด้านเศรษฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยระดับโลกอย่าง University of Oxford ได้สำเร็จ

2. บุกเบิกคริปโตฯ ในวันที่ไม่มีใครเชื่อ: ยุคเหรียญละ 6,000 บาท

หลังจากเรียนจบ คุณท็อปได้รู้จักกับ "Bitcoin" ในยุคแรกๆ และมองเห็นทันทีว่าเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) จะเข้ามาเปลี่ยนโลกการเงิน เขาตัดสินใจกลับไทยเพื่อเปิดบริษัทโบรกเกอร์คริปโตฯ แห่งแรก (coins.co.th) ในยุคที่บิตคอยน์มีราคาเพียงเหรียญละประมาณ 6,000 บาทเท่านั้น

ในช่วงแรก เขาต้องเดินสายอธิบายให้ผู้คนและหน่วยงานรัฐฟังว่าคริปโตฯ คืออะไร ท่ามกลางสายตาแห่งความไม่เชื่อมั่นและคำครหาว่าเป็น "แชร์ลูกโซ่" จนกระทั่งเขาตัดสินใจขายหุ้นบริษัทเดิมและออกมาก่อตั้ง Bitkub ในปี 2561

จุดเปลี่ยนสู่ "ยูนิคอร์น" ของเมืองไทย: Bitkub เติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วงตลาดกระทิง (Bull Market) ปี 2021 ที่ราคา Bitcoin พุ่งทะยาน ทลายทุกสถิติ ส่งผลให้วอลลุ่มการซื้อขายในแพลตฟอร์มพุ่งทะลุแสนล้านบาท และทำให้ Bitkub กลายเป็นหนึ่งในสตาร์ทอัพระดับ "ยูนิคอร์น" ของไทยในเวลารวดเร็ว

3. ทำไมชื่อของ "ท็อป จิรายุส" ถึงเป็นกระแสร้อนแรงในปี 2026?

นอกจากบทบาทผู้บริหารแล้ว คุณท็อปยังเป็นอินฟลูเอนเซอร์ด้านธุรกิจที่มีคนติดตามนับล้าน กระแสการค้นหาประวัติของเขาในปัจจุบันพุ่งสูงขึ้นเนื่องจาก "ความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญในการนำ Bitkub เข้าตลาดหุ้น (IPO)"

นักลงทุนต่างจับตาดูว่า การขยับตัวเข้าสู่ตลาดทุนกระแสหลักครั้งนี้ จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับ Bitkub อย่างไรในยุคที่การแข่งขันในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเข้มข้นมากขึ้น รวมถึงผู้คนต่างต้องการเข้ามาถอดรหัสวิสัยทัศน์ว่า เขามองเทรนด์โลกอย่าง AI, Web3 และอนาคตของโลกการเงิน ไปในทิศทางไหนเพื่อนำมาปรับใช้กับธุรกิจของตัวเอง

บทสรุปและข้อคิด: "ถ้าไม่ล้มเลิก...ก็ไม่มีวันล้มเหลว"

คำพูดติดปากที่คุณท็อปมักจะส่งต่อให้กับคนรุ่นใหม่เสมอคือ เรื่องของ "Grit" หรือความทรหดอดทน เรื่องราวของเขาเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า การเป็นผู้บุกเบิก (First Mover) ต้องอาศัยความกล้าที่จะล้มเหลว และความอึดที่จะยืนหยัดในวันที่ไม่มีใครเห็นด้วย

สำหรับใครที่กำลังศึกษาเรื่องการลงทุนหรือกำลังสร้างธุรกิจ ประวัติของ ท็อป-จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา คือบทเรียนชั้นดีที่บอกเราว่า โลกเปลี่ยนไปทุกวัน และผู้ที่มองเห็นอนาคตก่อน พร้อมลงมือทำอย่างไม่ย่อท้อเท่านั้น คือผู้ที่จะคว้าโอกาสสำคัญไว้ได้ครับ

อ่านต่อ »

ประวัติ เจนเซน หวง (Jensen Huang) จากเด็กล้างจานสู่มหาเศรษฐี AI เจ้าของ NVIDIA

 

ประวัติ เจนเซน หวง (Jensen Huang) จากเด็กอพยพเด็กล้างจาน สู่เจ้าพ่อชิป AI ระดับโลก NVIDIA

ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI (Artificial Intelligence) กำลังเปลี่ยนโลกไปอย่างสิ้นเชิง ชื่อของบริษัท NVIDIA ได้กลายเป็นหนึ่งในบริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก และบุคคลที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จอันยิ่งใหญ่นี้ก็คือ "เจนเซน หวง" (Jensen Huang) ชายในเสื้อแจ็คเก็ตหนังสีดำที่เป็นเอกลักษณ์

แต่น้อยคนนักจะรู้ว่า กว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลระดับโลกในวันนี้ ประวัติชีวิตของเขาเริ่มต้นจากจุดที่ติดลบ เป็นเด็กอพยพที่เคยต้องทำงานล้างห้องน้ำและล้างจานเพื่อส่งตัวเองเรียน เรื่องราวของเขาเป็นแรงบันดาลใจชั้นยอดสำหรับทุกคนที่กำลังสู้อยู่ในปัจจุบัน

1. วัยเด็กที่ต้องดิ้นรน: จากเด็กอพยพสู่ชีวิตในโรงเรียนประจำ

เจนเซน หวง เกิดเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2506 ที่เมืองไนนาน ประเทศไต้หวัน ก่อนที่ครอบครัวจะย้ายไปอยู่ที่ประเทศไทยช่วงหนึ่ง และเมื่อเขาอายุได้เพียง 9 ขวบ พ่อแม่ได้ตัดสินใจส่งเขาและพี่ชายอพยพไปอยู่ที่สหรัฐอเมริกาเพื่อโอกาสทางการศึกษาที่ดีกว่า

ชีวิตในอเมริกาไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เขาถูกส่งไปอยู่โรงเรียนประจำสำหรับเด็กเกเรในรัฐเคนทักกี ที่นั่นเจนเซนในวัยเด็กต้องรับหน้าที่ทำความสะอาดห้องน้ำและล้างจานในร้านอาหารทุกวันหลังจากเรียนเสร็จ

มุมมองเปลี่ยนชีวิต: เจนเซน หวง เคยให้สัมภาษณ์ว่า ประสบการณ์การทำงานหนักตั้งแต่เด็กเหล่านั้นไม่ได้ทำให้เขาท้อแท้ แต่มันช่วยหล่อหลอมให้เขาเป็นคนที่มี "ความอดทนต่ำต่อความล้มเหลว แต่มีความอดทนสูงต่อความลำบาก" ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการทำธุรกิจในเวลาต่อมา

2. จุดกำเนิด NVIDIA: เริ่มต้นธุรกิจจากร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด

เจนเซน หวง จบการศึกษาด้านวิศวกรรมไฟฟ้าจาก Oregon State University และปริญญาโทจาก Stanford University หลังจากทำงานในบริษัทเทคโนโลยีได้ระยะหนึ่ง ในปี พ.ศ. 2536 (ค.ศ. 1993) เขาร่วมมือกับเพื่อนสนิทอีก 2 คน ก่อตั้งบริษัท NVIDIA ขึ้นมา

จุดเริ่มต้นของบริษัทหมื่นล้านแห่งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในออฟฟิศหรู ๆ แต่เกิดจากการนั่งระดมสมองกันในร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดชื่อดังอย่าง Denny’s โดยในยุคแรก พวกเขาตั้งเป้าหมายที่จะสร้างชิปประมวลผลกราฟิก (GPU) เพื่อยกระดับการเล่นเกม 3 มิติบนคอมพิวเตอร์ให้สมจริงยิ่งขึ้น

3. วิกฤตเกือบเจ๊ง และการเดิมพันครั้งใหญ่ที่เปลี่ยนโลก

เส้นทางของ NVIDIA ไม่ได้ราบรื่น ในช่วงปีแรก ๆ บริษัทเกือบต้องล้มละลายเนื่องจากชิปรุ่นแรกล้มเหลวในตลาด ไม่สามารถแข่งขันได้ เจนเซนต้องตัดสินใจปลดพนักงานและปรับกลยุทธ์ใหม่ทุ่มสุดตัวให้กับชิปตระกูล GeForce จนสามารถกู้สถานการณ์กลับมาได้และกลายเป็นขวัญใจของเกมเมอร์ทั่วโลก

แต่จุดเปลี่ยนที่แท้จริงที่ทำให้ เจนเซน หวง ก้าวขึ้นสู่ทำเนียบอภิมหาเศรษฐี คือการที่มองเห็นอนาคตล่วงหน้ากว่า 20 ปี เขานำชิป GPU ที่เคยใช้เล่นเกมมาพัฒนาให้สามารถประมวลผลข้อมูลมหาศาลได้ ซึ่งมันได้กลายเป็น "สมอง" สำคัญในการขับเคลื่อนระบบ AI, ChatGPT, Cloud Computing และรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ ในปัจจุบัน

ตารางสรุปหลักไมล์สำคัญของ เจนเซน หวง และ NVIDIA

ปี พ.ศ. (ค.ศ.)เหตุการณ์สำคัญ
2536 (1993)ก่อตั้งบริษัท NVIDIA ร่วมกับเพื่อนอีก 2 คน
2542 (1999)นำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ และเปิดตัว GPU ตัวแรกของโลก (GeForce 256)
2549 (2006)เปิดตัวระบบ CUDA เปลี่ยนชิปเกมให้รองรับการประมวลผลทางวิทยาศาสตร์และ AI
ปัจจุบันNVIDIA ก้าวขึ้นสู่บริษัทที่มีมูลค่าตลาด (Market Cap) ติดอันดับท็อป 3 ของโลก ยุคทองของ AI

4. เคล็ดลับความสำเร็จและวิธีคิดของ เจนเซน หวง

หากถามว่าบล็อกประวัติคนรวยเรียนรู้อะไรได้จากผู้ชายคนนี้ นี่คือ 3 แนวคิดทองคำของเขาครับ:

  • อย่ากลัวงานต่ำต้อย: เจนเซนภูมิใจเสมอที่เคยเป็นเด็กล้างจาน เขาบอกว่าไม่ว่างานจะเล็กแค่ไหน ถ้าเราตั้งใจทำมันให้ดีที่สุด มันจะฝึกวินัยและความอดทนให้เรา

  • Run, Don't Walk (จงวิ่ง อย่าเดิน): เป็นคำคมชื่อดังจากสุนทรพจน์ของเขาที่บอกว่า ในโลกเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จงวิ่งเพื่อไล่ล่าหาโอกาส หรือวิ่งหนีเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของผู้อื่น

  • เชื่อมั่นในวิสัยทัศน์ยาวไกล: ตอนที่เขาลงทุนพัฒนาชิปสำหรับ AI เมื่อ 20 ก่อน คนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจและมองว่าสิ้นเปลือง แต่ความอดทนและเชื่อมั่นในอนาคตทำให้เขาชนะในวันนี้

บทสรุป

จากเด็กอพยพที่เคยล้างห้องน้ำสู่มหาเศรษฐีแสนล้าน เจนเซน หวง พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจุดเริ่มต้นของชีวิต แต่ขึ้นอยู่กับวิสัยทัศน์ที่เฉียบคม ความมุ่งมั่นที่ไม่ยอมแพ้ต่อวิกฤต และการลงมือทำอย่างบ้าคลั่ง เรื่องราวของประวัตินักธุรกิจคนนี้จึงเป็นแรงบันดาลใจชั้นยอดให้กับผู้ประกอบการและคนรุ่นใหม่ที่ต้องการสร้างเนื้อสร้างตัวในยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง

อ่านต่อ »

ประวัติ ต๊อบ อิทธิพัทธ์ พีระเดชาพันธ์ จากเด็กติดเกมสู่เศรษฐีหมื่นล้าน เถ้าแก่น้อย

ประวัติ-ต๊อบ-อิทธิพัทธ์

 

ประวัติ ต๊อบ อิทธิพัทธ์ พีระเดชาพันธ์ จากเด็กติดเกมสู่อภิมหาเศรษฐีหมื่นล้าน "เถ้าแก่น้อย"

หากพูดถึงขนมขบเคี้ยวประเภทสาหร่ายในเมืองไทย คงไม่มีใครไม่รู้จักแบรนด์ "เถ้าแก่น้อย" และถ้าพูดถึงบุคคลร่ำรวยในเมืองไทยที่มีประวัติชีวิตน่าทึ่งที่สุดคนหนึ่ง ชื่อของ "ต๊อบ - อิทธิพัทธ์ พีระเดชาพันธ์" จะต้องติดอยู่ในรายชื่ออันดับต้น ๆ อย่างแน่นอน

จากเด็กมัธยมติดเกมที่เคยติดลบ ชีวิตพลิกผันกลายมาเป็นนักธุรกิจหมื่นล้านด้วยวัยเพียงสามสิบกว่า ๆ เรื่องราวของเขาไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่เต็มไปด้วยการล้มลุกคลุกคลานที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ทั่วประเทศ

1. วัยเด็กและจุดเริ่มต้น: จากเด็กติดเกมสู่พ่อค้าวัยทีน

คุณต๊อบ อิทธิพัทธ์ เกิดเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2527 ในช่วงวัยรุ่น เขาไม่ใช่เด็กเรียนดีตามมาตรฐานสังคม แต่เป็น "เด็กติดเกม" ตัวยง อย่างไรก็ตาม ความติดเกมนั้นกลับแฝงไปด้วยสัญชาตญาณทางธุรกิจ

รู้หรือไม่? ในวัยเพียง 16 ปี ต๊อบ อิทธิพัทธ์ สามารถหาเงินหลักแสนบาทต่อเดือนได้จากการขายไอเทมหายากในเกมออนไลน์ ซึ่งนั่นเป็นก้าวแรกที่ทำให้เขาเรียนรู้เรื่องการซื้อขายและกลไกตลาด

แต่จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่เกิดขึ้นเมื่อครอบครัวประสบปัญหาวิกฤตทางการเงินจากพิษเศรษฐกิจ ทรัพย์สินถูกยึด และมีหนี้สินล้นพ้นตัวกว่า 40 ล้านบาท ทำให้เขาตัดสินใจหันหลังให้กับการเรียนในมหาวิทยาลัยเพื่อออกมาช่วยครอบครัวทำมาหากินอย่างจริงจัง

2. ล้มลุกคลุกคลาน: บทเรียนราคาแพงก่อนเจอ "สาหร่าย"

ก่อนจะมาเป็นเธุรกิจสาหร่ายทอด คุณต๊อบเคยลองผิดลองถูกมาแล้วหลายธุรกิจ:

  • ขายเครื่องเล่นวีซีดี: ซื้อมาขายไปแต่กลับขาดทุนเพราะโดนหลอกและสินค้าไม่ได้คุณภาพ

  • แฟรนไชส์เกาลัด "เถ้าแก่น้อย": เป็นธุรกิจแรกที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก สามารถขยายสาขาไปตามห้างสรรพสินค้าได้กว่า 30 สาขา แต่ต่อมาเกิดปัญหาเรื่องทำเลและข้อจำกัดของห้างสรรพสินค้า ทำให้เติบโตต่อได้ยาก

ในระหว่างที่ทำธุรกิจเกาลัด แฟนสาวของเขาได้ซื้อสาหร่ายทอดมาให้ทาน คุณต๊อบมองเห็นโอกาสทางธุรกิจทันทีว่า "สาหร่าย" เป็นขนมที่อร่อย ทานง่าย และในตลาดยังไม่มีเจ้าตลาดที่ชัดเจน เขาจึงตัดสินใจทุ่มสุดตัวเพื่อพัฒนาสูตรสาหร่ายทอดกรอบของตัวเอง

3. ก้าวสู่ความร่ำรวย: ปรากฏการณ์ "เถ้าแก่น้อย" ทะลุหมื่นล้าน

ารเปลี่ยนจากขนมในห้างสรรพสินค้ามาสู่การเป็นขนมขบเคี้ยวระดับประเทศไม่ใช่เรื่องง่าย คุณต๊อบต้องผ่านอุปสรรคชิ้นใหญ่ในการนำสินค้าเข้าจำหน่ายใน 7-Eleven ทั้งเรื่องมาตรฐานโรงงาน บรรจุภัณฑ์ และอายุการเก็บรักษาสินค้า

ด้วยความไม่ยอมแพ้ เขาปรับปรุงโรงงานและระบบการผลิตจนผ่านเกณฑ์อันเข้มงวด และเมื่อสาหร่ายเถ้าแก่น้อยได้วางจำหน่ายทั่วประเทศ ยอดขายก็พุ่งกระฉูดจนฉุดไม่อยู่

ตารางสรุปหลักไมล์สำคัญของ เเถ้าแก่น้อย (Taokaenoi)

ปี พ.ศ.เหตุการณ์สำคัญ
2547ก่อตั้ง บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู้ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด
2548นำสินค้าเข้าวางจำหน่ายใน 7-Eleven เป็นครั้งแรก
2558นำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (TKN)
ปัจจุบันส่งออกสินค้าไปกว่า 40 ประเทศทั่วโลก เช่น จีน สหรัฐอเมริกา และสามเหลี่ยมอาเซียน

4. เคล็ดลับความสำเร็จและแนวคิดของ ต๊อบ อิทธิพัทธ์

ประวัติของบุคคลร่ำรวยคนนี้สอนให้เรารู้ว่า ความรวยไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่มาจากแนวคิดและทัศนคติที่เฉียบคม:

  • อย่ากลัวความล้มเหลว: คุณต๊อบมักกล่าวเสมอว่า ความผิดพลาดคือครูที่ดีที่สุด ถ้าเขายอมแพ้ตั้งแต่ตอนขาดทุนเกาลัด คงไม่มีเเถ้าแก่น้อยในวันนี้

  • มองหาโอกาสในวิกฤต: ในขณะที่คนอื่นมองเห็นแต่ปัญหา เขากลับมองหาช่องว่างทางการตลาดและลงมือทำทันที

  • ความเร็วและการปรับตัว: โลกธุรกิจเปลี่ยนไปเร็วมาก การตัดสินใจที่รวดเร็วและการปรับกลยุทธ์ให้ทันโลกคือสิ่งสำคัญ

บทสรุป

ปัจจุบัน ต๊อบ - อิทธิพัทธ์ พีระเดชาพันธ์ ไม่เพียงแต่พาตัวเองและครอบครัวหลุดพ้นจากหนี้สิน แต่ยังก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในมหาเศรษฐีที่อายุน้อยที่สุดของเมืองไทยจากการจัดอันดับของสื่อระดับโลก เรื่องราวของเขาเป็นข้อพิสูจน์ชั้นดีว่า ไม่ว่าต้นทุนชีวิตจะเริ่มต้นจากตรงไหน ขอเพียงมีความมุ่งมั่น ความกล้า และไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค ใคร ๆ ก็สามารถสร้างตำนาน "เ้าแก่น้อย" ของตัวเองได้เช่นกัน

อ่านต่อ »

ประวัติสารัชถ์ รัตนาวะดี

ประวัติสารัชถ์ รัตนาวะดี



ประวัติสารัชถ์ รัตนาวะดี   อายุ: 58 ปี (ณ วันที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2567)เกิด: 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2508 ภูมิลำเนา: กรุงเทพมหานคร การศึกษา: ปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตร์ (วิศวกรรมโยธา) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปริญญาโท วิทยาศาสตร์ สาขาการจัดการทางวิศวกรรม University of Southern California

ครอบครัว บิดา: พลเอก ถาวร รัตนาวะดี อดีตหัวหน้านายทหารฝ่ายเสนาธิการ กองบัญชาการทหารสูงสุด มารดา: นางประทุม รัตนาวะดี น้องสาวของนายวาริน พูนศิริวงศ์ นักธุรกิจและเจ้าของหนังสือพิมพ์แนวหน้า พี่น้อง: สาณิต รัตนาวะดี สฤษดิ์ รัตนาวะดี อาชีพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการบริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) รองประธานกรรมการ บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) อดีตประธานกรรมการบริหาร โรงเรียนนานาชาตินิสท์ กรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กัลฟ์อิเล็คตริก จำกัด (มหาชน) 

รางวัลและความสำเร็จ รางวัล CEO ยอดเยี่ยมแห่งปี 2564 จากงานประกาศรางวัล Thailand Corporate Excellence Awards 2021 รางวัล Businessman of the Year 2564 จากงานประกาศรางวัล Asia Corporate Excellence & Sustainability Awards 2021 ติดอันดับ 1 ใน 50 มหาเศรษฐีไทย ประจำปี 2566 นิตยสาร Forbes Thailand 

สารัชถ์ รัตนาวะดี เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เขามีบทบาทสำคัญในการขยายธุรกิจของกัลฟ์ฯ สู่ธุรกิจพลังงานหมุนเวียน เขาได้รับการยกย่องจากนักลงทุนและนักวิเคราะห์ว่าเป็นนักธุรกิจที่มีวิสัยทัศน์และความสามารถ 

การงาน เมื่อศึกษาจบได้ก่อตั้ง บริษัท กัลฟ์ อิเล็คตริก จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจเกี่ยวกับพลังงานไฟฟ้า ในปี พ.ศ. 2537 ขณะอายุเพียง 29 ปี โดยสารัชถ์ดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการใหญ่ จากนั้นได้จัดตั้งบริษัทอีกจำนวนหนึ่งที่ใช้คำนำหน้าว่า "กัลฟ์" เช่น บริษัท กัลฟ์ เพาเวอร์ เจเนอเรชั่น จำกัด (ก่อตั้ง พ.ศ. 2539) บริษัท กัลฟ์ โคเจนเนอเรชั่น จำกัด (ก่อตั้ง พ.ศ. 2539) บริษัท กัลฟ์ ยะลา กรีน จำกัด (ก่อตั้ง พ.ศ. 2540) และ บริษัท กัลฟ์ ไอพีพี จำกัด (ก่อตั้ง พ.ศ. 2547) เป็นต้น รวมถึงบริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ผลิตกระแสไฟฟ้าของเอกชนรายใหญ่ที่สุดของไทยในแง่มูลค่าตามราคาตลาด เข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อ พ.ศ. 2560 ทำให้สารัชถ์ปรากฏอยู่ในทำเนียบมหาเศรษฐีไทยของนิตยสาร ฟอบส์ ในปี 2561

ความมั่งคั่ง
ครองแชมป์เศรษฐีหุ้นไทย 4 สมัยติดต่อกัน (ปี 2562 - 2565) มูลค่าทรัพย์สินรวม 2.19 แสนล้านบาท (มูลค่าทรัพย์สิน: 2.19 แสนล้านบาท (ข้อมูล ณ 31 มีนาคม 2566) ผู้ถือหุ้นใหญ่ บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ (GULF) ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC)
อ่านต่อ »

ประวัติ อาคม เติมพิทยาไพสิฐ

ประวัติ อาคม เติมพิทยาไพสิฐ

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เกิดเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2499 ที่จังหวัดศรีสะเกษ เดิมชื่อ อาคม แซ่จึง เป็นบุตรของนายงี้ยง แซ่จึง กับนางกิมเอง แซ่จึง สำเร็จการศึกษาชั้นประถมศึกษาจากโรงเรียนรวมสินวิทยา จบมัธยมศึกษาตอนต้นจากโรงเรียนศรีสะเกษวิทยาลัย จบมัธยมศึกษาตอนปลาย จากโรงเรียนอำนวยศิลป์ พระนคร ระดับปริญญาตรีจากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อปี 2520 และระดับปริญญาโทสาขาเศรษฐศาสตร์ จากวิทยาลัยวิลเลียม รัฐแมสซาชูเซตส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อปี 2526 

ประวัติการทำงานที่ผ่านมา นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เข้ารับราชการในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกองวิเคราะห์และประมาณการเศรษฐกิจ ในระหว่างปี 2539 ถึงปี 2542 เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายและแผน (เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน ระดับ 9 ชช.) ในปี 2542–2543 จากนั้นได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเลขาธิการ สศช. (2543–2546) และเป็นที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนงาน (2546–2547) กระทั่งในปี 2547 ได้รับแต่งตั้งเป็นรองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และได้รับแต่งตั้งเป็นเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในปี 2553 

ในปี 2557 เขาได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ต่อมาในเดือนสิงหาคมของปีเดียวกัน เขาได้ลาออกจาก สนช.และเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในรัฐบาลของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งเป็นการดำรงตำแหน่งควบคู่ทั้งตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญ และตำแหน่งทางการเมือง ต่อมาในเดือนสิงหาคม 2558 นายอาคม ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แทนพลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง ต่อมานายอาคม ได้ยื่นลาออกจากข้าราชการในตำแหน่ง เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เนื่องจากดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ให้ข้าราชการประจำที่ดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีเกษียณอายุราชการหรือลาออกจากตำแหน่ง โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2558 เป็นต้นไป

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ ได้รับโปรดเกล้าแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนใหม่ ครม.ประยุทธ์ 2/3 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง คนที่ 54 แทน นายปรีดี ดาวฉาย ที่ลาออกจากตำแหน่งไปเมื่อวันที่ 1 ก.ย. ด้วยปัญหาด้านสุขภาพ นับว่าประเทศไทยได้อีกหนึ่งบุคคลที่เป็นอดีตข้าราชการที่อยู่กับสถานการณ์เศรษฐกิจและนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลมาหลายสมัย ซึ่งอาจเข้ามาช่วยผลักดันขับเคลื่อนและแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศในที่กำลังเผชิญอยู่ในช่วงที่ยากลำบากให้ผ่านพ้นห้วงเวลา
นี้ไปให้ได้ 

ชีวิตครอบครัว นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐสมรสกับนางมุกดา เติมพิทยาไพสิฐ (เสียชีวิต)

อ่านต่อ »

ประวัตินายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน


ประวัตินายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน


นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน เป็นชาวนครราชสีมา บิดาชื่อ เว้งกวง แซ่โต๋ว มารดาชื่อ เพ็ญนภา มีพี่น้องทั้งหมด 5 คน โดยเป็นลูกคนที่ 2 ครอบครัวมีอาชีพค้าขาย เปิดร้านโชห่วยอยู่หน้าตลาดเทศบาล 2 จังหวัดนครราชสีมา บิดาประสบอุบัติเหตุจนต้องตัดขา ทุกคนในบ้านจึงช่วยทำงาน ตอนเป็นเด็กต้องช่วยเลี้ยงหมู พับถุงขาย กรอกน้ำกรด ทำขนมผิง ฯลฯ 

จบการศึกษาที่โรงเรียนอนุบาลนครราชสีมา ระดับมัธยมที่โรงเรียนบุญวัฒนา จบการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยเป็นการสอบโควตา หลังจากเรียนจบแพทยศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยขอนแก่นเมื่อปี 2532 

เริ่มทำงานที่โรงพยาบาลจิตเวช นครราชสีมา เป็นเวลา 2 ปี หลังจากนั้นก็ได้เข้าเรียนที่สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา และได้เข้าทำงาน ณ ที่ดังกล่าว และทำหน้าที่สอนนักศึกษาแพทย์ไปด้วย 

จนปี 2537 ก็ตัดสินใจไปเรียนต่อเพิ่มเติมด้านจิตเวชที่ชิคาโก สหรัฐ ทางด้านประสาทจิตเวชศาสตร์ ช่วงที่อยู่ที่โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา เริ่มทำหน้าที่ตอบคำถามเรื่องจิตเวชผ่านสื่อต่าง ๆ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ผลักดันให้เขาเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป 

ปี พ.ศ. 2546–2547 มีข้าราชการกระทรวงสาธารณสุขอาวุโสให้ย้ายมาอยู่กับทางกระทรวงสาธารณสุข เริ่มจากการเป็นโฆษกกรมสุขภาพจิต แล้วขึ้นเป็นผู้อำนวยการสำนักสุขภาพจิตและสังคม พร้อมดำรงตำแหน่งโฆษกกระทรวงสาธารณสุข จากนั้นวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2563 ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งโฆษก ศบค.

ด้านชีวิตส่วนตัว สมรสกับวิไลรัตน์ วิษณุโยธิน เป็นกุมารแพทย์ มีบุตรด้วยกัน 2 คน ชื่อ ธรรศและธนวินท์ 

ที่มาข้อมูลhttps://th.wikipedia.org/wiki/ทวีศิลป์_วิษณุโยธิน
อ่านต่อ »

ประวัติ อนุทิน ชาญวีรกูล


ประวัติ อนุทิน ชาญวีรกูล


นายอนุทิน เกิดเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2509 เป็นบุตรของ นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล ซึ่งเป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะและผู้ก่อตั้ง บมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น  

นายอนุทิน ชาญวีรกูล สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนอัสสัมชัญ และระดับปริญญาตรีด้านวิศวกรรมศาสตร์ จากมหาวิทยาลัย Hoftra ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อปี 2532 

 ชีวิตครอบครัวนายอนุทิน ชาญวีรกูล สมรสครั้งแรกกับสนองนุช (สกุลเดิม วัฒนวรางกูร) เมื่อปี พ.ศ. 2533 มีบุตร 2 คน คือ นัยน์ภัค และเศรณี ชาญวีรกูล ต่อมาในปี พ.ศ. 2556 อนุทินได้หย่ากับสนองนุช และสมรสใหม่กับศศิธร (สกุลเดิม จันทรสมบูรณ์) รองกรรมการผู้จัดการ แรนโช ชาญวีร์ รีสอร์ท แอนด์ คันทรีคลับ ปากช่อง ต่อมาในเดือนมกราคม 2562 อนุทินได้หย่ากับศศิธร 

นายอนุทิน ชาญวีรกุล เคยทำงานในตำแหน่งวิศวกรในบริษัทเอกชนหลายแห่ง รวมทั้งตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ของนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล ผู้เป็นบิดา นายอนุทิน ชาญวีรกูล เข้าสู่วงการการเมือง เมื่อพ.ศ. 2539 โดยสังกัดพรรคไทยรักไทย เคยรับตำแหน่ง ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (ประจวบ ไชยสาส์น) และดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข (พ.ศ. 2547 และ พ.ศ. 2548) และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ (พ.ศ.2547) ต่อมาถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี เนื่องจากเป็นกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย 

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ร่วมก่อตั้งพรรคภูมิใจไทย ในปี พ.ศ. 2555 หลังจากพ้นกำหนดการตัดสิทธิทางการเมือง และได้รับเลือกตั้งเป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2555 ป้จจุบันนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในรัฐบาลพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เริ่มดำรงตำแหน่ง 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2562
ข้อมูล:https://th.wikipedia.org
อ่านต่อ »

ประวัติดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์


ประวัติดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์



รศ.ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เกิดเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2496 ที่กรุงเทพมหานคร เป็นคนไทยเชื้อสายจีนฮกเกี้ยน ใช้ชื่อภาษาจีนว่า "ฮั่วกวง แซ่จัง จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา จบปริญญาตรี คณะเศรษฐศาสตร์การคลัง และเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปริญญาโท BMA สาขาบริหารการเงินจากสถาบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)ปริญญาเอก สาขาบริหารธุรกิจ J.L. Kellogg Graduate School Northwestern Universityจาก ประเทศ สหรัฐอเมริกา (ทุนก.พ.)

ชีวิตส่วนตัว 
สมรสกับ นางอนุรัชนี จาตุศรีพิทักษ์ (สกุลเดิม "ภิงคารวัฒน์")สมรสเมื่อ 19 มิถุนายน 2529 มีบุตรชาย 3 คน  ได้แก่ นายณภัทร จาตุศรีพิทักษ์ สมรส กับ อาจารย์ วณิศรา บุญยะลีพรรณ นายณพล จาตุศรีพิทักษ์ และนายณฉัตร จาตุศรีพิทักษ์  เขาได้รับการแต่งตั้งเป็น ศาสตราภิชาน สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ 

ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เริ่มเข้าสู่การเมืองครั้งแรกด้วยการเข้าดำรงตำแหน่งเลขาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สมัยที่ดร.ทะนง พิทยะ เป็นรัฐมนตรีว่าการในรัฐบาล พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ

การทำงาน
เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กระทรวงการคลัง
ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล
ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพาณิชย์
กรรมการ การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย
กรรมการ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)
กรรมการบริษัท เดอะ แมเนเจอร์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด(มหาชน)
ที่ปรึกษา ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
กรรมการในอนุกรรมการพิจารณารับและเพิกถอนหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ประธานกรรมการ บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)
นายกสภามหาวิทยาลัยกรุงเทพ
รองประธานคณะกรรมการกลาง มูลนิธิรามาธิบดี ในพระราชูปถัมภ์ กรรมการสภามหาวิทยาลัยกรุงเทพ ประเภทผู้ทรงคุณวุฒิ กรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

งานการเมือง 
เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (ดร.ทนง พิทยะ) 
ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร) 
ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี (พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร)
ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (ศ.ดร.สม จาตุศรีพิทักษ์) 
ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร 
17 กุมภาพันธ์- 9 ตุลาคม พ.ศ.2544 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง 
9 ตุลาคม พ.ศ.2544 -3 ตุลาคม พ.ศ.2545 รองนายกรัฐมนตรี 
3 ตุลาคม พ.ศ.2545-8 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2546 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2546 -9 มีนาคม พ.ศ.2547 รองนายกรัฐมนตรี 
10 มีนาคม พ.ศ.2547 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง 
11 มีนาคม พ.ศ.2548 รองนายกรัฐมนตรี 11 มีนาคม พ.ศ.2548 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง 
2 สิงหาคม พ.ศ.2548 รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ 
15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550 -21 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2550 ประธานคณะกรรมการประสานงานและกระชับความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ  

หลังการรัฐประหาร 2557 
ดร.สมคิด ได้เข้ารับหน้าที่ที่ปรึกษาคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งนำโดยพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดูแลรับผิดชอบเป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ
เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2558 ดร.สมคิด ได้รับแต่งตั้งเป็นรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ
ข้อมูลที่มา:https://th.wikipedia.org/wiki/สมคิด_จาตุศรีพิทักษ์
อ่านต่อ »

ป้ายค้นหา

กนก รัตน์วงศ์สกุล กรรมการ กสทช สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการฟีฟ่า การศึกษาปิติ ภิรมย์ภักดี กึ้ง เฉลิมชัย จ๋า ณัฐฐาวีรนุช เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร คนรวยที่สุดในโลก คนรวยที่สุดในโลก 2013 คนรวยที่สุดในโลก 2014 คริปโทเคอร์เรนซี เจ้าของเนชั่น เจ้าของเพลงขอใจเธอแลกเบอร์โทร เจ้าพ่อไมโครซอฟท์ ช่อง 9 ศศิน เฉลิมลาภ คนค้นฅน ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ตั้น จิตภ้สร์ ทยา ทีปสุวรรณ ท็อป จิรายุส นางทยา ทีปสุวรรณ นายกรณ์ จาติกวณิช นายกรัฐมนตรีคนที่ 27ของไทย นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน นิด อรพรรณ บัณฑูร ล่ำซำ บิทคับ บิลเกตส์ คนรวยที่สุดในโลก 2014 บุตรสาว ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง บุตรสาวพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประธานสโมสรเมืองทองหนองจอกยูไนเต็ด ประประวัติ สรยุทธ สุทัศนะจินดา ประวัติ ประวัติกนก รัตน์วงศ์สกุล ประวัติ กึ้ง เฉลิมชัย มหากิจศิริ ประวัติคนรวย ประวัติคาร์ลอส สลิม เฮลู ประวัติ โค๊ช อ๊อด ประวัติจิตภัสร์ กฤดากร ประวัติจิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี ประวัติ เจนเซน หวง ผู้ก่อตั้ง NVIDIA ประวัติเฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ประวัติ เฉลียว อยู่วิทยา กระทิงแดง ประวัติ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ประวัติ โชค บุลกุล ประวัติ ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ประวัติดร.กฤษฎา จ่างใจมนต์ ประวัติ ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ประวัติดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประวัติดร.ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ ประวัติดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประวัติต็อด ปิติ ประวัติต๊อด ปิติ ภิรมย์ภักดี ประวัติ ต๊อบ อิทธิพัทธ์ เถ้าแก่น้อย สาหร่าย ประวัติ ตัน ภาสกรนที ประวัติ ตูน บอดี้สแลม ประวัติเถ้าแก่น้อย ประวัติทยา ทีปสุวรรณ ประวัติเทียนฉาย กีระนันทน์ ประวัติ ธนินท์ เจียรวนนท์ ประวัตินวลพรรณ ล่ำซำ ประวัติ น๊อต วิศรุต รังษีสิงห์พิพัฒน์ ประวัติ นายกรณ์ จาติกวณิช ประวัติ นายเจริญ สิริวัฒนภักดี ประวัติ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุด ประวัติ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล ประวัติ นายประชา มาลีนนท์ ประวัติ นาย พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล ประวัตินายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ประวัติ นายวราเทพ รัตนากร ประวัตินายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประวัติบอย ถกลเกียรติ วีรวรรณ ประวัติ บัณฑูร ล่ำซำ ประวัติ บิล เกตส์ ประวัติ บุญชัย เบญจรงคกุล ประวัติประธาน สปช เทียนฉาย กีระนันทน์ ประวัติ ประยุทธ มหากิจศิริ ประวัติประวิทย์ มาลีนนท์ ประวัติปัญญา นิรันดร์กุล ประวัติปิติ ภิรมณ์ภักดี ประวัติ พงศ์เทพ เทพกาญจนา ประวัติพล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ประวัติ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ประวัติ พาที สารสิน ประวัติเฟสบุ๊ค ประวัติแฟนชมพู่ อารยา ประวัติม่านฟ้า อรปภัตร จันทรสาขา ประวัติ มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก ประวัติมีชัย ฤชุพันธุ์ ประวัติยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ประวัติ ระวิ โหลทอง ประวัติวรวีร์ มะกูดี ประวัติวอร์เร็น เอ็ดเวิร์ด บัฟเฟตต์ ประวัติวิชัย ศรีวัฒนประภา ประวัติ วิทวัส สุนทรวิเนตร์ ประวัติ เวอคพ้อยส์ ประวัติสามีนุ่น วรนุช ประวัติสุทธิชัย หยุ่น ประวัติ สุภิญญา กลางณรงค์ ประวัติสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประวัติเสรี วงษ์มณฑา ประวัติเสี่ยตา ประวัติหญิงลี ศรีชุมพล ประวัติ หนุ่ยพงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ ประวัติอนันต์ อัศวโภคิน ประวัติ อนุทิน ชาญวีรกูล ประวัติอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ประวัติอรพรรณ พานทอง(วัชรพล) ประวัติ อาคม เติมพิทยาไพสิฐ ประวัติอาจารย์ศศิน เฉลิมลาภ ประวัติ อิทธิพัทธ์ กุลพงษ์วณิชย์ ประวัติเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ประวัติ facebook ประวัติ Mark Zuckerberg ประวัติ Warren Edward Buffett ประวิทย์ มาลีนนท์ ป่านกหวีดไล่คุณหญิงพจมาน ผู้จัดการทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย พี่ชายเทพชัย หย่อง มหาเศรษฐีรุ่นใหม่ มีชัย ฤชุพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนใหม่ ลูกสาว สุวัจน์ ลิปตพัลลภ วัดร้องขุ่นเฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ สมรสกับนางอรอุมา รัตนากร สรยุทธ เรื่องเล่าเช้านี้ สามียิ่งลักษณ์ ชินวัตร สุทธิชัย หยุ่น หนุ่ยพงศ์สุข ภรรยา อนันต์ อัศวโภคิน อรปภัตร จันทรสาขา เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ การศึกษา Bill Gates Bitkub