ประวัติคนรวย

ประวัติวิชัย ศรีวัฒนประภา

ประวัติวิชัย ศรีวัฒนประภา



นายวิชัย ศรีวัฒนประภา เกิดเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ.2501(นามสกุลเดิม รักศรีอักษร) เป็นบุตรของนายวิวัฒน์ รักศรีอักษร (ชื่อเดิม:ซื้อ หลี่เม้ง) กับนางประภาศร รักศรีอักษร จบการศึกษาจากโรงเรียนมัธยมศึกษาวูดลอว์น สหรัฐอเมริกา และศิลปศาสตรบัณฑิต สาขารัฐศาสตร์ จาก มหาวิทยาลัยรามคำแหง และคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยนอร์ททอร์ป สหรัฐอเมริกาในเวลาต่อมายังได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยแปซิฟิค เวสเทิร์น จากสหรัฐอเมริกา และปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเคนซิงตัน สหรัฐอเมริกา 

 ชีวิตครอบครัว 
 สมรสกับนางเอมอร รักศรีอักษร มีบุตรทั้งหมด 4 คน ประกอบด้วย นางสาววรมาศ ศรีวัฒนประภา, นายอภิเชษฐ์ ศรีวัฒนประภา, นางสาวอรุณรุ่ง ศรีวัฒนประภา และ นายอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา 

การทำงาน 
กรรมการผู้จัดการบริษัทศรีอักษร (1980) จำกัด,กรรมการบริษัทไทยนิชิกาวา อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด, กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูโรป้าปริ๊นซ์ จำกัด(มหาชน), กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดาวน์ทาวน์ ดี.เอฟ.เอส.(ไทยแลนด์) จำกัด, กรรมการบริษัท ยูโรป้าปริ๊นซ์ (ประเทศไทย)จำกัด กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดาวน์ทาวน์ ดี.เอฟ.เอส. (ไทยแลนด์) จำกัด, ประธานกรรมการ บริษัท ททท. (พนมเปญ) สินค้าปลอดอากร จำกัด, ประธานกรรมการ บริษัท แคปปิตัลลักซ์ จำกัด, ประธานกรรมการ บริษัท ฮ่องกง ไคตั๊ก อินเตอร์เนชั่นแนล แอร์พอร์ต ดิวตี้ ฟรี ช็อป จำกัด, ประธานกรรมการ บริษัท วี แอนด์ เอ โฮลดิ้ง จำกัด, กรรมการผู้จัดการ บริษัท ท็อป (ไชน่า) กรุ๊ป จำกัด, กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฟร์ตี้ เซเว่น จำกัด, ประธานกรรมการ Beijing Great Wall (Top) Tourist Services Co., Ltd. 

ปัจจุบันเป็นประธานกรรมการ กลุ่มบริษัทคิง เพาเวอร์ และเป็น นายกสมาคมขี่ม้าโปโลแห่งประเทศไทย และประธานสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ประเทศอังกฤษ โดยเข้าไปซื้อกิจการในปี พ.ศ. 2553 ซึ่งช่วงแรกถือหุ้น 51% ก่อนที่ในปีเดียวกันได้เข้าถือหุ้นเพิ่มเป็น 100% มูลค่าการซื้อขายทั้งหมดอยู่ที่ราว 40 ล้านปอนด์ และในปี พ.ศ. 2554 ก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็นประธานสโมสรฯอย่างเต็มตัว
ทีมา:https://th.wikipedia.org/


อ่านต่อ »

ประวัติมีชัย ฤชุพันธุ์


ประวัติมีชัย ฤชุพันธุ์


นายมีชัย ฤชุพันธุ์ เกิดวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2481 ที่กรุงเทพมหานคร สมรสกับคุณหญิงอัมพร(เสนีวงศ์ ณ อยุธยา) ฤชุพันธุ์ (ถึงแก่อนิจกรรม) มีบุตร 2 คน คือ นางมยุระ ช่วงโชติ และนางมธุรส โลจายะ จบการศึกษานิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อปี พ.ศ. 2504 และจบปริญญาโทด้านกฎหมายเปรียบเทียบจาก Southern Methodist University สหรัฐอเมริกา โดยทุนรัฐบาลไทย เมื่อปี พ.ศ. 2509 ต่อมาในปีเดียวกันไปฝึกงานโครงการ Legislative Internship Program ของรัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา จนจบหลักสูตรเมื่อปี พ.ศ. 2510 ต่อมาในปี พ.ศ. 2529 ได้รับปริญญาดุษฎีกิตติมศักดิ์ ด้านกฎหมาย จากมหาวิทยาลัย อดัมสัน สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ในปี พ.ศ. 2539 ได้รับปริญญานิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัยศรีปทุม ปีต่อมาได้รับปริญญานิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง และปริญญานิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ในปี พ.ศ. 2545 
นอกจากนี้ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ยังได้รับรางวัลกิตติคุณสัมพันธ์ สังข์เงิน ของสมาคมนักประชาสัมพันธ์แห่งประเทศไทย พ.ศ. 2533 สาขาส่งเสริมความยุติธรรม และเป็นนักเรียนเก่าดีเด่นของ Southern Methodist University นักเรียนเก่าดีเด่นมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเป็นนักเรียนทุนรัฐบาลดีเด่น 
การทำงาน 
นายมีชัย เริ่มรับราชการที่สำนักงาน ก.พ. และมาใช้ทุนรัฐบาลที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จนได้เป็นผู้อำนวยการกองยกร่างกฎหมายคนแรกของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และก้าวหน้าในราชการเรื่อยมาจนได้รับตำแหน่งกรรมการร่างกฎหมายประจำ (นักกฎหมายกฤษฎีกาเชี่ยวชาญและนักกฎหมายกฤษฎีกาทรงคุณวุฒิ)สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ต่อมา 
ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ในรัฐบาลสัญญา ธรรมศักดิ์, หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช, หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช, ธานินทร์ กรัยวิเชียร และพลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ 
พ.ศ. 2517- 2518 ได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษากฎหมายสำนักนายกรัฐมนตรี ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาล พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ พ.ศ. 2523 - 2531 และรัฐบาลพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ ระหว่าง 
พ.ศ. 2531 - 2533 และดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลอานันท์ ปันยารชุน และรัฐบาลพลเอกสุจินดา คราประยูร 
พ.ศ. 2534 - 2535 ได้รับพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ 2 สมัย คือพ.ศ. 2520 - 2522 และระหว่าง พ.ศ. 2532 - 2534 และดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา 3 สมัย ระหว่าง พ.ศ. 2526 - 2532, พ.ศ. 2535 - 2539 และ พ.ศ. 2539 - 2543 โดยได้ดำรงตำแหน่งประธานวุฒิสภา และประธานรัฐสภา ระหว่างวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2535 ถึง 21 มีนาคม พ.ศ. 2543 
นายมีชัย เป็นผู้ผลักดันให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช 2534 เพื่อจัดให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สสร. เพื่อดำเนินการยกร่างรัฐธรรมนูญ อันเป็นที่มาของ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540
นอกจากนี้ นายมีชัย ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นกรรมการกฤษฎีกา ตั้งแต่ พ.ศ. 2525 ถึงปัจจุบัน 
ปี 2558 เขารับตำแหน่งเป็น ประธานกรรมการบริษัท โซลูชั่น คอนเนอร์ (1998) จำกัด (มหาชน)
ที่มา:https://th.wikipedia.org/wiki/มีชัย_ฤชุพันธุ์

อ่านต่อ »

ประวัติสุวัจน์ ลิปตพัลลภ

ประวัติสุวัจน์ ลิปตพัลลภ 


นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ เกิดวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2498 เป็นบุตรของนายวิศว์ ลิปตพัลลภ และนางจรัสพิมพ์ ลิปตพัลลภ นับเป็นบุตรคนที่สามในพี่น้องทั้งหมด 5 คน ได้แก่ นายสังวรณ์ ลิปตพัลลภ นายเสวี ลิปตพัลลภ, นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ, พล.ต.อ.วุฒิ ลิปตพัลลภ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และนายเทวัญ ลิปตพัลลภ ประธานสโมสรนครราชสีมา เอฟซี สโมสรฟุตบอลนครราชสีมา 
สุวัจน์ ลิปตพัลลภจบการศึกษาจากโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี และโรงเรียนเซนต์คาเบรียล สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และปริญญาโท วิศวกรรมศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเพอร์ดู รัฐอินดีแอนา ประเทศสหรัฐอเมริกา
เส้นทางด้านการเมือง นายสุวัจน์ เริ่มเข้าสู่การเมืองในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2531 ปี 
พ.ศ. 2533 ได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในรัฐบาลของพลเอก ชาติชาย ชุณหะวัน พ.ศ. 2534 เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในรัฐบาลของพลเอก ชาติชาย ชุณหะวัน 
พ.ศ. 2538 เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในรัฐบาลของนายชวน หลีกภัย พ.ศ. 2540 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในรัฐบาลของชวลิต ยงใจยุทธ 
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในรัฐบาลของนายชวน หลีกภัย 
พ.ศ. 2545 รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัย รัฐบาลของพันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร 
พ.ศ. 2547 เป็นรองนายกรัฐมนตรี ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในรัฐบาลของพันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร 
ด้านครอบครัว
สุวัจน์ ลิปตพัลลภ สมรสกับ พลโทหญิง พูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานมีบุตรด้วยกัน 2 คนคือ นายพสุ ลิปตพัลลภ และ น.ส.พราวพุธ ลิปตพัลลภเจ้าของสวนน้ำ"วานา นาวา"หัวหิน

อ่านต่อ »

ประวัติม่านฟ้า อรปภัตร จันทรสาขา

ประวัติม่านฟ้า อรปภัตร จันทรสาขา


ม่านฟ้า อรปภัตร จันทรสาขา หรือ ไฮโซม่านฟ้า ว่าที่ ดร.อรปภัตร จันทรสาขา เจ้าของฉายา "เศรษฐีนีพันล้าน" ชื่อจริง อรปภัตร จันทรสาขา ชื่อเล่น ม่านฟ้าเกิดเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ.2532 อายุ 26 ปี การศึกษา ปริญญาตรี – จากคณะศิลปศาสตร์ ม.เกษมบัณฑิต สาขาวิชาธุรกิจการโรงแรมและการท่องเที่ยว , ปริญญาโท – คณะวิทยาลัยสื่อสารการเมือง มหาวิทยาลัยเกริก
ความสวยความงามของเธอต้องบอกเลยว่าไม่ธรรมดา เพราะ ไฮโซม่านฟ้า มีตำแหน่งการันตีมาแล้ว ทั้งตำแหน่งดาวคณะศิลปศาสตร์, นางนพมาศประจำปี 2553 ในการประกวดภายในของมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต เธอยังเคยเข้าประกวดมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส ปี 2011 โดยผ่านเข้ารอบ 44 คนสุดท้าย และเข้าร่วมประกวดมิสไทยแลนด์เวิลด์ 2011 เข้ารอบ 30 คนสุดท้าย แต่เธอขอถอนตัวโดยให้เหตุผลเรื่องตรงกับเวลาเรียน 
หลายคนถามว่าฐานะทางบ้านก็ดี รวยเป็นพันล้านจะมาเดินสายประกวดทำไม? เธอตอบว่า "บอกตรงนี้เลยสาเหตุที่ชอบประกวดเพราะเราอยากดังตรงๆเลยนะ ต้องการชื่อเสียงเพื่อมาส่งเสริมธุรกิจของครอบครัว ครอบครัวม่านฟ้าหลายอย่างมาก มีโรงงานพลาสติก มีธุรกิจแท็กซี่ประมาน 400-500 คัน มีธุรกิจอสังหาฯ และทางเครือญาติเราก็เป็นนักการเมืองกันหลายคน ความจริงม่านฟ้าก็ไม่อยากจะเปิดเผยเรื่องธุรกิจของครอบครัวมากเท่าไหร่ เดี๋ยวจะหาว่าอวดรวย แต่ก็ต้องเปิดเผยบ้าง เพราะที่ผ่านมามีข่าวอะไรเกี่ยวกับนางงามเยอะ ไม่ใช่เฉพาะม่านฟ้านะ นางงามคนอื่นๆก็โดนข่าว ขายตัวบ้างหละ เมียน้อยบ้างหละ ตัวม่านฟ้าเองก็โดน ก็เลยอยากจะบอกว่าฉันไม่ได้ขัดสนเรื่องเงินนะค่ะ ที่บ้างพอมีฐานะไม่ต้องทำอะไรก็มีกินไปตลอดชาติ บางทีก็อย่าเหมารวมว่านางงามต้องเป็นอย่างที่คิดเสมอไป รู้ไหมคนที่มาประกวดนางงามก็หลายคนนะที่มาประกวดเพื่อต้องการชื่อเสียงไปสงเสริมธุรกิจของครอบครัว ตัวม่านฟ้าเองก็เป็นแบบนั้นเหมือนกัน ตรงนี้ขอยอมรับเลยค่ะ" 
ธุรกิจของไฮโซม่านฟ้า 
ประธานกรรมการบริหาร บริษัท มาร์เฟลล่า อิตาลี จำกัด 
เจ้าของ แบรนด์ MARFELLA ซึ่งเธอเป็นเจ้าของเอง 
ประธานสหกรณ์รถบริการภูเก็ต คอลเซ็นเตอร์ 
เจ้าของบริษัท สไมค์ แลนด์ แฟคตอรี่ จำกัด 
เจ้าของบริษัท นภัสสร 555 จำกัด 
เจ้าของบริษัท btbindustry 
เจ้าของโครงการ Paradise beach club ป่าตอง จังหวัดภูเก็ต 
อกจากธุรกิจส่วนตัวแล้ว ด้านครอบครัวของ ไฮโซม่านฟ้า ก็มั่งคั่งไม่แพ้กัน เพราะฐานะทางบ้านนั้นถือว่ารวยเว่อร์ มีธุรกิจหลากหลาย ทั้งโรงงานพลาสติก, ธุรกิจแท็กซี่ประมาน 400-500 คัน และยังมีอสังหาริมทรัพย์อีกหลายแห่ง

อ่านต่อ »

ประวัติวอร์เร็น เอ็ดเวิร์ด บัฟเฟตต์

ประวัติวอร์เร็น เอ็ดเวิร์ด บัฟเฟตต์(Warren Edward Buffett)


  
วอร์เร็น เอ็ดเวิร์ด บัฟเฟตต์ (Warren Edward Buffett) เกิดเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม ค.ศ. 1930 ที่โอมาฮา เนแบรสกา ประเทศสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันเป็นนักลงทุน, นักธุรกิจและผู้ใจบุญชาวอเมริกันที่มีชื่อเสียงระดับโลก เขาเป็นหนึ่งในนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลก เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่และซีอีโอของบริษัทเบิร์กเชียร์ ฮาธาเวย์ เขาได้รับการจัดอันดับให้เป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกในช่วงครึ่งปีแรกของปี ค.ศ. 2008 ด้วยจำนวนเงิน 62,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการจัดอันดับของนิตยสารฟอร์บส์และเป็นบุคคลที่รวยที่สุดเป็นอันดับสามในปี 2554 โดยมีทรัพย์สินประมาณ $50.0 พันล้าน ในปี 2555 นิตยสารอเมริกันยกย่องบัฟเฟตต์เป็นบุคคลที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในโลก 
วอร์เร็น บัฟเฟตต์ มักจะได้รับฉายาว่าเป็น เทพพยากรณ์แห่งโอมาฮา หรือไม่ก็ ปราชญ์แห่งโอมาฮา เขามีชื่อเสียงจากปรัชญาการลงทุนแบบเน้นคุณค่าและความเป็นอยู่อย่างประหยัด ถึงแม้ว่าเขาจะร่ำรวยก็ตาม เขายังมีชื่อเสียงจากความใจบุญ วันที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2555 เขาได้รับการวินิจฉัยเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก และได้รับการรักษาสมบูรณ์ในเดือนกันยายน ปี พ.ศ.2555 
ประวัติการลงทุน สมัยเป็นเด็ก วอรร์เรน บัฟเฟต์ เคยหารายได้พิเศษด้วยการติดตั้งตู้เกมส์พินบอลหยอดเหรียญในร้านตัดผมและเคยเป็นเด็กขายหนังสือพิมพ์มาก่อน เมื่อครั้งที่ยังศึกษาในระดับปริญญาโทสาขาเศรษฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบียอยู่นั้นวอร์เรน บัฟเฟต์ได้ศึกษาถึงปรัชญาการลงทุนจาก เบนจามิน เกรแฮม หลังจากนั้นก็นำปรัชญาการลงทุนจาก ฟิลิป ฟิชเชอร์ มาปรับประยุกต์เข้าด้วยกัน วอร์เรน บัฟเฟต์ ถือเป็นนักลงทุนที่เน้นคุณค่าของหุ้นที่มั่นคงในระยะยาวมากกว่าการเก็งกำไรในระยะสั้น วอร์เรน บัฟเฟต์ มีความสนิทสนมกับมหาเศรษฐีชื่อ บิลล์ เกตส์ ซึ่งเคยชวนให้เขาร่วมลงทุนในบริษัทไมโครซอฟท์ แต่วอรร์เรนก็ขอปฏิเสธ เนื่องจากไม่มีความเข้าใจในระบบธุรกิจประเภทนี้ แต่ถึงกระนั้น เขาก็ยินดีที่จะบริจาคเงินจำนวนมหาศาลแก่มูลนิธิของบิลล์ เกตส์แทน ในบางโอกาสเขามักเล่นเกมไพ่บริดจ์กับบิลล์ เกตส์ผ่านทางระบบออนไลน์ (เพื่อลับสมองมากกว่าเพื่อการพนัน) 
ความเป็นมาวิธีชีวิตของ วอร์เร็น บัฟเฟตต์ 
1.ซื้อหุ้นครั้งแรกในชีวิตตอนที่อายุ 11 ปี และตอนนี้เขารู้สึกเสียใจที่เริ่มต้นช้าไป 
2.ซื้อไร่เล็ก ๆ เมื่อตอนอายุ 14 จากเงินออมที่ได้จากการส่งหนังสือพิมพ์ 
3.วอร์เร็น บัฟเฟตต์ยังคงใช้ชีวิตอยู่ในบ้านหลังเดิมขนาดเล็ก ที่มี 3 ห้องนอน ในย่านกลางเมือง Omaha ที่ซื้อหลังจากที่แต่งงานเมื่อ 50 ปีที่ผ่านมา เขาบอกว่าเขามีทุกสิ่งที่เขาต้องการในบ้านหลังนั้นแล้ว บ้านของเขาไม่มีรั้วบ้านหรือกำแพงล้อมรอบ
4.ยังขับรถยนต์ด้วยตนเองไปทุกหนทุกแห่ง โดยไม่มีคนขับรถยนต์ส่วนตัว หรือ คนคุ้มกันห้อมล้อมรอบตัวเขา 
5.ไม่เคยเดินทางโดยเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว แม้ว่าเขาจะเป็นเจ้าของบริษัทที่ผลิต/ขายเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวที่ใหญ่ที่สุดในโลก 
6.บริษัท Berkshire Hathaway ของ Warren Buffett เป็นเจ้าของธุรกิจ 63 บริษัท ในแต่ละปีจะมีจดหมายเพียงหนึ่งฉบับ มอบให้กับ CEO ของบริษัทเหล่านั้น เพื่อให้พวกเขาทำเป้าหมายสำหรับปีนั้นเขาไม่เคยเรียกประชุมหรือเรียกพวกเขามาพบปะอย่างสม่ำเสมอ 
7.วอร์เร็น บัฟเฟตต์ มีกฎเพียงสองข้อให้ CEO ซีอีโอ ต้องปฏิบัติ กฎข้อที่ 1: อย่าทำให้เงินของผู้ถือหุ้นสูญเสีย กฎข้อที่ 2 อย่าลืมกฎข้อที่ 1 
8.ไม่ชอบพบปะพูดคุยกับชนชั้นสูงในสังคม ยามว่างที่บ้าน คือ การทำ pop corn (ข้าวโพดคั่ว) กินเอง แล้วนั่งดูโทรทัศน์
9.เมื่อ วอร์เร็น บัฟเฟตต์ และ Bill Gates นัดหมายการพบปะกันครั้งแรกเพียงครึ่งชั่วโมง แต่เมื่อทั้งสองได้พบกัน มีการพูดคุยเจรจาระหว่างกันกินเวลากว่าสิบชั่วโมง และแล้ว Bill Gates กลายเป็นเพื่อนสนิทต่างวัยกับ Warren Buffett 
10.วอร์เร็น บัฟเฟตต์ ไม่นิยมพกพาโทรศัพท์มือถือ หรือมีคอมพิวเตอร์บนโต๊ะทำงานหมายเหตุ Warren Buffet ชอบเล่นไพ่บริดจ์ออนไลน์กับเพื่อน ๆ บน internet แต่ไม่ได้ใช้คอมพิวเตอร์ในการคำนวณหรือค้นหามูลค่าหุ้น Value Asset เขาใช้เพียงแต่เครื่องคิดเลขหรือการบวกลบคูณหารทั่วไปเท่านั้น 11.วอร์เร็น บัฟเฟตต์ ได้บริจาคเงิน 31,000,000,000 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ สามล้านหนึ่งแสนล้านบาท) = ร้อยละ 85 ของทรัพย์สินเพื่อการกุศล หมายเหตุ เงินบริจาคของเขาได้สมทบทุนร่วมกับมูลนิธิของ Bill Gates กับ Melinda โดยมอบหมายให้ Bill Gates บริหารแทนทั้งหมด
ข้อคิดคำแนะนำของ วอร์เร็น บัฟเฟตต์ (Warren Buffett) กับคนหนุ่มสาวอยู่ให้ห่างไกลจากบัตรเครดิตและลงทุนด้วยตนเอง 
"เงินไม่ได้สร้างมนุษย์ มนุษย์เป็นผู้สร้างเงินขึ้นมา" 
"ใช้ชีวิตของคุณให้เรียบง่ายเท่าที่จะทำได้" 
"อย่าทำตามที่คนอื่น ๆ พูด ให้ฟังพวกเขาพูด แต่แล้วให้ทำในสิ่งที่รู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ถูกที่ควรที่ต้องทำ" "อย่าไปใส่ใจกับแบรนด์สินค้าให้เพียงแค่การใช้สินค้าเหล่านั้นแล้ว ทำให้รู้สึกสะดวกสบายในการใช้งาน" 
"อย่าจ่ายเงินในข้าวของที่ไม่จำเป็นแต่ให้จ่ายเงินสำหรับคนที่จำเป็นต้องการมันอย่างแท้จริง" 
"ชีวิตเป็นของคุณ อย่ายินยอมให้คนอื่นมาบงการกับชีวิตของคุณ"
อ่านต่อ »

ประวัติ น๊อต วิศรุต รังษีสิงห์พิพัฒน์

ประวัติ น็อต วิศรุต รังษีสิงห์พิพัฒน์


เป็นบุตรชายคนโตของ นายวินัย(ถึงแก่กรรม)-นางอุไรวรรณ รังษีสิงห์พิพัฒน์ จบการศึกษามัธยมศึกษาตอนต้นที่โรงเรียนเซนต์คาเบรียล มัธยมปลายไปเรียนต่อไฮสคูล Canderwell grammar school ประเทศออสเตรเลีย สำเร็จปริญญาตรี วิศวกรรมไฟฟ้าที่ RMIT University เมลเบิร์น ออสเตรเลีย จบปริญญาโทที่สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ครอบครัวน็อต วิศรุต รังษีสิงห์พิพัฒน์ พี่น้องทั้งหมด 4 คน คือ 
1. นภาวิไล รังสีสิงห์พิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ - กลุ่มบริษัทเรเซอร์ 
2. ดร. รัฐวิไล รังษีสิงห์พิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ - เร็วๆนี้ เธอได้รับรางวัล สตรีนักบริหารดีเด่น สาขาสตรีนักบริหารเอกชนดีเด่น ประจำปี 2555 
3. นาย วิศรุต รังษีสิงห์พิพัฒน์ ( น็อต ) กรรมการบริหาร - ซึ่งกำลังจะแต่งงานกับนางเอกสาว ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต ในปี 2558 ที่จะถึงนี้
4. นาย วิเศษ รังษีสิงห์พิพัฒน์ ( โน้ต ) กรรมการบริหาร - เรียนจบไฮสคูลที่ประเทศออสเตรเลีย จบปริญญาตรี ด้านวิศวกรรม และไปต่อ ปริญญาโทด้านธุรกิจ ที่ประเทศอังกฤษ กำลังคบกับ ปู ไปรยา
หลังจากเรียนจบ น็อต วิศรุต รังษีสิงห์พิพัฒน์ ก็ได้เข้าดูแลกิจการของครอบครัวอย่างเต็มตัว
ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็น กรรมการบริหาร บริษัทในเครือ เรเซอร์การไฟฟ้า 5 บริษัทได้แก่
1.บริษัท เรเซอร์การไฟฟ้า ( ประเทศไทย ) จำกัด - ผู้ผลิตบัลลาสต์ และ สามารถผลิตอุปกรณ์แสงสว่างที่มีกำลังในการผลิต ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย ถือเป็น บริษัทเก่าแก่ เปิดมาแล้วมากว่า 40 ปี
2.บริษัท เรเซอร์โกบอลเทรด จำกัด - นำเข้า และ ส่งออกไปยังประเทศต่างๆ 20 ประเทศทั่วโลก อาทิ กัมพูชา เวียดนาม เขตอาเซียน และตะวันออกกลาง ออสเตรเลีย สิงคโปร์ 
3.บริษัท เรเซอร์ไวร์เวิร์คส จำกัด - ดูแลการผลิตวัตถุดิบกลุ่มทองแดง ขดลวด และตัวนำไฟฟ้า 
4.บริษัท มิรา เคเบิ้ล จำกัด - ผลิต และ จัดจำหน่ายสายไฟ 
5.บริษัท ลี้ กิจเจริญแสง จำกัด ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายหลอดไฟฟ้า ยี่ห้อ เลคิเซ่ ( LeKise ) 
ซึ่งบริษัทในเครือ เรเซอร์การไฟฟ้าทั้งหมด คือ ผู้ผลิตบัลลาสต์และอุปกรณ์แสงสว่างที่มีกำลังในการผลิตใหญ่ที่สุดในเมืองไทย นอกจากนี้ธุรกิจของ น็อต ยังครอบคลุมดูแลการผลิตวัตถุดิบกลุ่มทองแดง ขดลวด และตัวนำไฟฟ้า จัดจำหน่ายสายไฟ และผลิตหลอดไฟยี่ห้อ เรเซอร์ และ เลคิเซ่ รายได้ของธุรกิจครอบครัวตั้งเป้ารายได้ในปีหน้าไม่ต่ำกว่า 4,000 ล้านบาท

อ่านต่อ »

ประวัติ ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ

ประวัติ ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ


ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ เกิดเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2497 ที่ ตำบลบ่อยาง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา เป็นบุตรคนที่ 7 ของนายวิภัทร และนางอารีย์ อุวรรณโณ จบการศึกษาชั้นประถมศึกษาจากโรงเรียนแสงทองวิทยา ชั้นมัธยมศึกษาจากโรงเรียนมหาวชิราวุธ จังหวัดสงขลา และโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ต่อมาในปี พ.ศ. 2518 ได้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี นิติศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง เหรียญทอง) จากคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปี พ.ศ. 2519 สำเร็จการศึกษาจากเนติบัณฑิตไทย สอบได้อันดับที่ 3 ของรุ่นที่ 29 สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา ปี พ.ศ. 2522 ได้ปริญญาชั้นสูงทางกฎหมายปกครอง มหาวิทยาลัยปารีส ในปี พ.ศ. 2525 สำเร็จปริญญาเอก กฎหมายมหาชน มหาวิทยาลัยปารีส และพ.ศ. 2541 จบหลักสูตรจากวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่น 4111
การทำงาน
ปี 2519 เริ่มรับราชการ ในตำแหน่งอาจารย์คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ปี 2531 เป็นคณะที่ปรึกษานโยบายของนายกรัฐมนตรี สำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี 
ปี 2532 เป็นรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง 
ปี 2534 ได้กลับเข้ารับราชการ ภาควิชากฎหมายปกครองและกฎหมายทั่วไป คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 
ปี 2538 เป็นคณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 
ปี 2542 - 2546 เป็นเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า
ปี 2546 - 2549 เป็นเลขาธิการคณะรัฐมนตรี 
ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้าและอุปนายกราชบัณฑิตยสถานคนที่ 1 และรองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ และเป็นประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ(สมัย คสช ปี พ.ศ.2557 รัฐบาล พล.อ ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี)
ชีวิตครอบครัว สมรสกับ ดร. ปาริชาติ ชุมสาย ณ อยุธยา (สุขสงเคราะห์) มีบุตร-ธิดา 2 คน ปัจจุบันหย่ากันแล้ว

อ่านต่อ »

ประวัติถกลเกียรติ วีรวรรณ

ประวัติถกลเกียรติ วีรวรรณ


ถกลเกียรติ วีรวรรณ ชื่อเล่น บอย เกิดเมื่อวันที่ 20 เมษายน พ.ศ.2509 เป็นบุตรของ ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.อำนวย วีรวรรณ อดีตหัวหน้าพรรคนำไทย และพรรคมวลชน อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จบชั้นประถมศึกษาจาก โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระดับมัธยมศึกษา Woodside Prioly School ระดับปริญญาตรี Boston College (B.A.)ประเทศสหรัฐอเมริกา ระดับปริญญาโท มหาวิทยาลัยบอสตัน(B.S.) , วิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์(เทคโนโลยีสื่อสารมวลชน) ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556
ประวัติการทำงาน
-2533 เริ่มงานในตำแหน่งโปรดิวเซอร์ละครโทรทัศน์ กับแกรมมี่ เอนเตอร์เทนเมนต์ ก่อนที่มีผลงาน        กำกับละครเรื่องแรก “นางฟ้าสีรุ้ง
-2534 ก่อตั้งบริษัท เอ็กแซ็กท์ จำกัด และกำกับละครเรื่อง “สามหนุ่มสามมุม” ซิทคอมเรื่องแรกที่ออก ฉายยาวนานถึง 8 ปี
-2540 ริเริ่มละครเพลงเวทีเรื่องใหญ่ที่สร้างกระแสตื่นตัวในสังคม เรื่อง “วิมานเมือง” ตามด้วย “บัลลังก์เมฆ เดอะมิวสิคัล” ในปี 2544 และ 2545 และ “บางกอก 2485 เดอะมิวสิคัล” ในปี ปี พ.ศ. 2547 
-2550 ผู้จัดการกิจการเช่าให้เปิดโรงละครเวทีในชื่อ "เมืองไทยรัชดาลัย เธียเตอร์" โดยร่วมกับเมืองไทยประกันชีวิต ตั้งอยู่ที่ชั้น 4 ศูนย์การค้าดิเอสพละนาด
ปัจจุบัน 
- กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็กแซ็กท์ จำกัด
- กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีนทอล์ค จำกัด
- กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเนริโอ จำกัด
ชีวิตครอบครัว
 สมรสกับ “ปริม”กณิการ์ มีบุตรสาว 2 คน ชื่อ น้องปราง กับ น้องปาว

อ่านต่อ »
Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...